หลายล้านคนต้องเผชิญกับ ปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะอย่างต่อเนื่อง ปัญหาเหล่านี้รวมถึงการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ และนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ แม้ว่าปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะมักจะส่งผลกระทบต่อผู้หญิงมากกว่า แต่ผู้ชายก็มีความเสี่ยงเช่นกัน โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับต่อมลูกหมาก
ปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง?
ปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่ การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ และนิ่วในกระเพาะปัสสาวะการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ (UTI) เกิดจากแบคทีเรียในระบบทางเดินอาหารบุกรุกเข้าสู่ระบบทางเดินปัสสาวะ โดยผู้หญิงมีความเสี่ยงมากกว่าผู้ชายเนื่องจากมีท่อปัสสาวะสั้นกว่า แบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก คือ
การติดเชื้อส่วนล่าง เรียกอีกอย่างว่า กระเพาะปัสสาวะอักเสบ เกิดจากแบคทีเรียแพร่กระจายจากทวารหนักเข้าสู่ท่อปัสสาวะและกระเพาะปัสสาวะ
การติดเชื้อส่วนบน เรียกอีกอย่างว่า กรวยไตอักเสบ เกิดจากแบคทีเรียลุกลามจากกระเพาะปัสสาวะขึ้นไปที่ท่อไตและไต หรือเดินทางมาทางกระแสเลือด
ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ คือการสูญเสียการควบคุมจนมีปัสสาวะรั่วซึม ในผู้หญิงมักเกิดจากกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแรงตามอายุหรือการคลอดบุตร ส่วนผู้ชายมักมีสาเหตุมาจากปัญหาต่อมลูกหมาก นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน นิ่ว หรือความเสียหายของเส้นประสาท
นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ เกิดจากปัสสาวะมีความเข้มข้นสูงจนแร่ธาตุตกผลึกเป็นก้อน มักพบในผู้ที่กักเก็บหรือปัสสาวะออกไม่หมด ก้อนเล็กสามารถหลุดออกเองได้ แต่ก้อนใหญ่ที่อุดตันต้องรักษาด้วยการสลายด้วยคลื่นอัลตราซาวนด์หรือผ่าตัดออก
สาเหตุของการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ?
เกิดจากแบคทีเรียเจริญเติบโตผิดปกติในกระเพาะปัสสาวะ โดยผู้หญิงเสี่ยงมากกว่าผู้ชายเพราะท่อปัสสาวะสั้นและอยู่ใกล้ทวารหนัก ทำให้แบคทีเรียเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะได้ง่าย รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ก็เป็นตัวเร่งได้ การติดเชื้อแบ่งออกเป็นสองประเภท คือ
การติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะแบบไม่ซับซ้อน เกิดจากแบคทีเรียเคลื่อนเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะ และเนื่องจากโครงสร้างของระบบทางเดินปัสสาวะในเพศหญิง มีตำแหน่งช่องเปิดของท่อปัสสาวะที่อยู่ใกล้กับทวารหนัก ผู้หญิงจึงมีโอกาสติดเชื้อเหล่านี้มากกว่าผู้ชาย แต่เมื่อผู้ชายสูงอายุก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
การติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะที่ซับซ้อน การติดเชื้อลุกลามออกไปนอกกระเพาะปัสสาวะ มีอาการร่วม เช่น ไข้ หนาวสั่น ปวดสีข้างและหลัง หรืออ่อนเพลีย ซึ่งบ่งชี้ว่าการติดเชื้อได้ลุกลามออกไปนอกกระเพาะปัสสาวะแล้ว ในผู้ชาย อาการปวดบริเวณระหว่างอวัยวะเพศและทวารหนักก็อาจบ่งชี้ถึงการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะที่ซับซ้อนได้เช่นกัน
อาการเป็นอย่างไร และรักษาอย่างไร?
จะเกิดการอักเสบของกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะ และทำให้เกิดอาการอย่างน้อยหนึ่งอย่างดังต่อไปนี้
ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ (แม้ว่าแต่ละครั้งจะปัสสาวะออกมาในปริมาณน้อยก็ตาม)
ปวดปัสสาวะฉับพลัน
แสบร้อนตอนปัสสาวะ
ตื่นมาปัสสาวะกลางดึก
ปวดท้องน้อย
ปัสสาวะขุ่น มีกลิ่น หรือมีเลือดปน เป็นต้น
ผู้ที่มีภาวะติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะที่ซับซ้อน อาจมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น มีไข้ หนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดสีข้าง ปวดหลัง หรือสับสน
แนวทางการรักษา
โดยทั่วไป การติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะแบบไม่ซับซ้อน ในผู้หญิงมักรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ (เช่น Macrobid, Bactrim, Sulfatrim, Monurol) หากเป็นซ้ำมากกว่า 2 ครั้งต่อปี แพทย์อาจให้ยาป้องกัน ส่วนแครนเบอร์รียังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันแน่ชัดว่ารักษาหรือป้องกันได้
ส่วนการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะแบบซับซ้อนนั้น รักษาได้ยากกว่า ต้องปรับความแรงและระยะเวลาทานยาปฏิชีวนะนาน 7-10 วัน หากมีอาการสับสนหรือขาดน้ำ อย่างรุนแรง ควรจะต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทันที
สาเหตุของภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ และแนวทางรักษา
ปัญหากลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ซึ่งหมายถึง การสูญเสียการควบคุมกระเพาะปัสสาวะอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีหลายประเภท
ภาวะกลั้นไม่อยู่ขณะออกแรง เกิดจากกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานหรือหูรูดท่อปัสสาวะอ่อนแอหรือเสียหาย ปัสสาวะจะเล็ดขณะที่ ไอ จาม หัวเราะ หรือยกของหนัก
ผู้หญิง มักเกิดจากการคลอดบุตรหรือกล้ามเนื้อเสื่อมตามอายุ
ผู้ชาย มักเกิดจากการผ่าตัดต่อมลูกหมาก หรือบาดเจ็บที่ไขสันหลัง
ภาวะกลั้นไม่อยู่แบบฉับพลัน หรือ กระเพาะปัสสาวะทำงานมากเกินไป รู้สึกปวดปัสสาวะรุนแรงและเล็ดทันทีก่อนถึงห้องน้ำ
ผู้หญิง มักพบในวัยหมดประจำเดือนจากการเปลี่ยนแปลงของเยื่อบุและกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะตามวัย
ผู้ชาย สาเหตุที่พบบ่อยมักเกิดจากโรคต่อมลูกหมากโต (BPH) ผลจากการรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก ก็สามารถกระตุ้นอาการได้เช่นกัน
รวมถึงการฉายรังสีแบบฝังเมล็ด (brachytherapy) และการฉายรังสีภายนอกหรือสาเหตุอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อทั้งสองเพศ ได้แก่ การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะและกระเพาะปัสสาวะ
ภาวะกลั้นไม่อยู่แบบผสม มีอาการร่วมกันทั้งแบบกลั้นไม่อยู่ขณะออกแรงและแบบฉับพลัน เป็นการรวมกันของทั้งภาวะกระเพาะปัสสาวะทำงานมากเกินไปและภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่จากความเครียด มักพบในผู้หญิงส่วนใหญ่ที่มีภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่จะมีทั้งอาการจากความเครียดและอาการจากความรู้สึกอยากปัสสาวะ ผู้ชายที่ผ่าตัดต่อมลูกหมากออกหรือผ่าตัดต่อมลูกหมากโต และผู้สูงอายุที่ร่างกายอ่อนแอทั้งชายและหญิง
ภาวะกลั้นไม่อยู่เนื่องจากปัสสาวะล้น เกิดขึ้นเมื่อมีสิ่งกีดขวางทางเดินปัสสาวะทำให้น้ำปัสสาวะล้นและรั่วออกมาเอง
ผู้หญิง มักเกิดจากมดลูกและผนังช่องคลอดหย่อนลงมาเบียด
ผู้ชาย มักเกิดจากต่อมลูกหมากโต
นอกจากนี้อาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อทั้งสองเพศ ได้แก่ นิ่ว, เนื้องอก ความเสียหายของเส้นประสาท (จากการบาดเจ็บ) การผ่าตัดในอดีต การรักษาด้วยรังสี หรือโรคต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งและโรคงูสั้น
ภาวะกลั้นไม่อยู่จากความผิดปกติทางหน้าที่การทำงาน ระบบปัสสาวะปกติ แต่มีข้อจำกัดจากโรคทางกาย ทำให้คุณไม่สามารถควบคุมการปัสสาวะได้ คุณอาจมีภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่จากความผิดปกติทางหน้าที่การทำงาน ตัวอย่างเช่น หาก ยาโรคทางจิต หรือภาวะสมองเสื่อม ทำให้คุณไม่รู้ตัวหรือไม่กังวลเกี่ยวกับความต้องการที่จะหาห้องน้ำ คุณอาจมีภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ได้
ภาวะกลั้นไม่อยู่จากปฏิกิริยารีเฟล็กซ์ สัญญาณของระบบประสาทที่เตือนสมองว่ากระเพาะปัสสาวะเต็มนั้นถูกขัดจังหวะ ปัสสาวะจึงไหลออกมาเองปริมาณมาก โดยไม่มีอาการปวดเตือน มักเกิดจากภาวะสมองเสื่อม บาดเจ็บที่ไขสันหลัง หรือปลอกประสาทเสื่อมแข็ง
แนวทางการรักษา ขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรง มีวิธีการรักษาภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่หลายวิธี ซึ่งอาจแตกต่างกันในผู้ชายและผู้หญิง
ตัวอย่างเช่น การฝึกควบคุมกระเพาะปัสสาวะ การจัดการปริมาณของเหลวการทำกายภาพบำบัดกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน การฝึกควบคุมการทำงานของร่างกายด้วยตนเองการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตการใช้ยา และการผ่าตัด



